งงงวยกันหมด! “ดานี่ อัลเวส” หน้าแข้งดังบราซิลพก “กลอง” ประจำตัวลุยศึกโอลิมปิก

ดานี่ อัลเวส กองหลังจอมเก๋ากลุ่มชาติบราซิล กลายเป็นข่าวสารดังข้างหลังถูกจับภาพพอดีสนามบินนานาชาติเมืองโตเกียว ว่านำกลองทิมบาจากภูมิลำเนาติดตัวมาร่วมแข่งในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงเมืองโตเกียว โดย แบ็กขวาวัย 38 ปี ได้รับการเรียกตัวให้เข้ามาเป็นโควตาผู้เล่นอายุเกิน 23 ปี ของกลุ่มชุดนี้ เดินทางถึงท่าอากาศยานเมืองโตเกียว เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ก่อนได้รับความสนใจจากบรรดาสื่อหลายสำนัก สำหรับ กลองอะลูมิเนียมที่เจ้าตัวนำติดตัวมาด้วยนั้น เป็นกลองที่ทำจากเมืองบาเอีย ภูมิลำเนาของเจ้าตัวนั่นเอง โดยลำแข้งดังขึ้นตรงต่อ เซา เปาโล หวังว่าอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีจำพวกนี้จะมีผลให้เขาโชคดีในการแข่ง แล้วก็สามารถคุ้มครองปกป้องแชมป์ไว้ได้อีกสมัย อย่างที่เข้าใจกันอยู่ว่า ชาวบราซิล ถือเป็นชาติที่บันเทิงใจเป็นชีวิต แล้วก็เสียงกลองก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความสบาย แล้วก็แล้วก็ความครึกครื้นภายในกลุ่มระหว่างที่จำเป็นต้องสู้ศึก โอลิมปิก 2020 ที่ญี่ปุ่น ทั้งนี้ บราซิล ภายใต้การนำกองทัพของผู้จัดการทีม อันเดร ชาร์ดีน อยู่กรุ๊ปดี ร่วมกับ เยอรมนี, ไอวอรี่วัวสต์ แล้วก็ ซาอุดีอาระเบีย โดยเกมแรกของพวกเขาเป็นการเจอกับ “อินทรีเหล็ก” ในวันพฤหัสบดีที่ 22 ก.ค. นี้

คนมันเทพ! สื่อตี แอตเลติโก มาดริด จ้องสอย “ลินการ์ด” เฉิดฉายลาลีกา

เดลี เมล สื่อดังของอังกฤษ แถลงการณ์ว่า เจสซี ลินการ์ด มิดฟิลด์ตัวรุกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นจุดหมายในตลาดซื้อขายซัมเมอร์ของ แอตเลติเตียนโก มาดริด กลุ่มแชมป์ลาลีกา สเปน จอมบุกวัย 28 ปีย้ายกลับมายังถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังหมดสัญญายืมตัวกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวสามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจในตอนครึ่งฤดูกาลหลัง ทำได้ 9 ประตูจากการลงสนาม 16 นัดช่วยให้กลุ่มของ เดวิด มอยส์ คว้าชั้น 6 ของตารางรวมทั้งผ่านเข้าไปเล่นในบอลยูโรปา ลีก ได้เสร็จ ด้วยฟอร์มอันเร่าร้อนแบบนี้ ทำให้ ลินการ์ด ได้รับการเรียกตัวกลับมาติดกลุ่มชาติอังกฤษอีกรอบเมื่อมี.ค.รวมทั้งยังมีชื่อเป็น 1 ใน 33 นักเตะที่ถูกเรียกมาเตรียมพร้อมก่อนศึกยูโร 2020 แม้กระนั้นก็ถูกตัดออกจาก 26 คนสุดท้ายก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มขึ้นอย่างโชคร้าย สำหรับอนาคตของแนวรุกรายนี้ ถึงแม้ว่าทาง โอเล กุนทุ่งนาร์ โซลชา จะออกมารับรองว่าเขายังอยากได้เก็บนักเตะเอาไว้กับกลุ่มถัดไป แม้กระนั้น เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก็อยากได้ดึงเขากลับไปร่วมกลุ่มอีกรอบ รวมทั้งจากรายงานปัจจุบันกล่าวว่า แอตเลติเตียนโก มาดริด ของ ดิเอโก ซิเมโอเน ก็สนใจอยู่ด้วยเช่นกัน คาดว่า ลินการ์ด จะมีค่าตัวในตลาดซื้อขายราว 25 ล้านปอนด์ในช่วงเวลาที่สัญญาของเขาเหลืออีกเพียงปีเดียว ซึ่งทางกลุ่มขุนค้อนมีแผนสำหรับการที่จะขอยืมตัวไปใช้งานต่ออีกหนึ่งฤดูกาล ในช่วงเวลาที่เจ้าตัวอยากได้ย้ายกลุ่มแบบถาวรในซัมเมอร์นี้

สีนี้ไม่ให้ใช้! เซเรีย อา สั่งแบนชุดสีเขียวเริ่มตั้งแต่ซีซั่น 2022/23

เซเรีย อา อิตาลี จัดแจงออกกฏใหม่ห้ามทุกครั้งมในลีกสวมชุดแข่งขันที่มีสีเขียวลงในสนาม เริ่มใช้ตั้งแต่ฤดูกาล 2022/23 เป็นต้นไป ด้วยเหตุผลรบกวนการถ่ายทอดสด Football Italia สื่อดังจากแดนมักกะโรนี กล่าวว่า เซเรีย อา ได้มีการปรับเปลี่ยนกฎข้อบังคับเกี่ยวกับเสื้อผ้าอีกครั้ง เพื่อให้กล้องถ่ายรูปถ่ายทอดสดดำเนินงานได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม แล้วก็อำนวยความสะดวกต่อผู้ที่เป็นโรคตาบอดสี รายงานบอกว่า การเปลี่ยนแปลงคราวนี้เหมาและก็ เสื้อ กางเกง แล้วก็ถุงเท้า ที่ห้ามใส่สีเขียวอีกทั้งโทนเข้มแล้วก็อ่อน ส่วนในกรณีที่ชุดแข่งขันมีมากกว่า 2 สี จำเป็นต้องให้สีอื่นมีความโดดเด่นกว่าสีเขียวเท่านั้น แล้วก็จะมีการบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ฤดูกาล 2022/23 เป็นต้นไป โดย เซเรีย อา ตัดสินใจประกาศให้รู้ตั้งแต่ฤดูกาลนี้เพื่อให้ทุกครั้งมมีเวลาเตรียมพร้อม จากการประกาศกฎดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว แน่นอนว่าสมาคมที่ได้รับผลพวงมากที่สุดในลีกก็คือ ซัสซูโอโล ที่ชุดแข่งขันหลักเป็นสีเขียวนั่นเอง

เมื่อ “3 แข้งบราซิล” เลือกสวมเสื้ออิตาลียึดแชมป์ยูโร 2020

แม้ว่าทัพลูกหนัง “แซมบ้า” บราซิล จะชวดคว้าชัยชนะระดับทวีปบนดินแดนของตัวเอง ด้วยเหตุว่าพลาดท่าแพ้ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา 0-1 ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอเมริกาใต้ โคขว้าง อเมริกา 2021 รอบชิงแชมป์ ที่ประเทศบราซิล แต่มีนักเตะเชื้อสายบราซิลถึง 3 ผู้ที่ได้ฉลองแชมป์ระดับทวีปบนดินแดนยุโรป ด้วยเหตุว่าได้โอนสัญชาติไปร่วมทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” อิตาลี ชุดแชมป์ยูโร 2020 ไล่ตั้งแต่ จอร์จินโญ่, เอแมร์ชอน พัลมิเอรี แล้วก็ ราฟาเอล โตลอย นั่นเอง ในศึกยูโร 2020 มีนักเตะเชื้อสายบราซิลโอนสัญชาติไปรับใช้ทีมลูกหนังในทวีปยุโรปทั้งหมด 6 คน ได้แก่ เปเป้ ปราการหลังทีมชาติโปรตุเกส, มาริโอ แฟร์นันเดส ปราการหลังทีมชาติรัสเซีย, มาร์ลอส ตัวเติมเกมรุกจากฝั่งขวาทีมชาติยูเครน แล้วก็ 3 นักเตะทีมชาติอิตาลีตามรายนามข้างต้น โดยอีกทั้ง 6 คนดังกล่าวเกิดที่ประเทศบราซิลทั้งหมดเลยด้วย แต่ว่ามีอยู่หนึ่งผู้ที่ไม่เคยผ่านการลงเล่นให้สมาพันธ์ฟุตบอลในประเทศบราซิลมาก่อนเลย ซึ่งก็คือ จอร์จินโญ่ ด้วยเหตุว่าได้ย้ายมาปักหลักถิ่นที่อยู่อาศัยในประเทศอิตาลีตั้งแต่ในเวลาที่แก่เพียงแค่ 15 ปี แล้วก็ได้รับสัญชาติเป็นชาวอิตาเลียนตามบรรพบุรุษด้วยนั่นเอง หลังจากนั้นได้เริ่มอาชีพค้าหน้าแข้งกับ เวโรนา ในตำแหน่งกองกลางเมื่อปี 2010 แล้วก็ย้ายไปสร้างชื่อกับ นาโปลี ก่อนจะย้ายลงหลักปักฐานกับ เชลซี ตั้งแต่ปี 2018 จนกระทั่งตอนนี้ ทั้งนี้ จอร์จินโญ่ ได้ถูกเรียกมารับใช้ทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” มาตั้งแต่ปี 2016 ส่วนในรายของ เอแมร์ชอน เคยค้าหน้าแข้งในบราซิลกับ ซานโตส มาก่อน แต่ว่าได้ย้ายมาสร้างชื่อกับ โรม่า ในปี 2015 แล้วก็ได้โอนสัญชาติเพื่อไปใส่เสื้อสีน้ำเงินตั้งแต่ปี 2018 ในเวลาที่ โตลอย เพิ่งได้สัญชาติในช่วงต้นปี 2021 ภายหลังที่อยู่ปักหลักยืนเล่นเป็นกองหลังของ อตาลันตา มานานถึง 6 ปีแล้ว ตั้งแต่แมื่อย้ายมาจาก ซานโตส ในบ้านเกิดเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมามีนักเตะเชื้อสายบราซิลที่ได้โอนสัญชาติไปคว้าชัยชนะยุโรปมาแล้วถึง 2 คน เริ่มจาก มาร์กอส เซนนา ได้จารึกชื่อเป็นคนแรกเมื่อในเวลาที่สวมบทเป็นกองกึ่งกลางทีมชาติสเปนชุดแชมป์ยูโร 2008 ส่วน เปเป้ ตามมาเป็นผู้ที่ 2 โดยสวมบทเป็นกองหลังทีมชาติโปรตุเกสชุดแชมป์ยูโร 2016 พอๆกับว่าตอนนี้มีนักเตะเชื้อสายบราซิลที่ได้โอนสัญชาติไปคว้าชัยชนะยุโรปเพิ่มเป็น 5 รายแล้ว เพราะเหตุว่า จอร์จินโญ่, เอแมร์ชอน แล้วก็ โตลอย กลายเป็นอีก 3 หน้าแข้งแซมบ้าที่ได้เข้าทำเนียบนี้กันแบบพร้อมหน้ากลมเกลียวพร้อมใจ ด้วยเหตุว่าได้ใส่เสื้อของทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” ฉลองแชมป์ยูโร 2020 ไปหมาดๆ

พวกไม่ยอม! แฟนอังกฤษกว่า 1 แสนคนร่วมเซ็นนัดชิงยูโร 2020 จำต้องแข่งใหม่

ผ่านมาแล้ว 3 วัน สำหรับนัดชิงแชมป์ฟุตบอลยูโร 2020 ที่ข้อสรุปเป็น กลุ่มชาติอิตาลี ดวลจุดลูกโทษชนะ กลุ่มชาติอังกฤษ ไป 3-2 ข้างหลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 1-1 เถลิงแชมป์ยูโรสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ ท่ามกลางความไม่สมหวังของกองเชียร์สิงโตคำรามในสนามเวมบลีย์ ล่าสุด มีแถลงการณ์ว่าแฟนบอลกลุ่มชาติอังกฤษกว่า 1 แสนคนได้พากันร่วมลงชื่ออย่างเอาจริงเอาจัง เพื่อขอให้ ยูฟ่า กระทำการรีแมตช์นัดชิงแชมป์ใหม่อีกรอบ ด้วยเหตุผลหลักว่า เชิ้ตดำในเกมนี้วินิจฉัยไม่แฟร์ โดยแฟนบอลอังกฤษมุ่งเป้าโจมตีไปที่ บียอร์น ไคเปอร์ส ผู้ตัดสินประชาชนชาวเนเธอร์แลนด์ ที่ในมุมมองของแฟนบอลผู้ดีนั้นบอกว่าวินิจฉัยบกพร่องหลายจังหวะ โดยเฉพาะจังหวะที่ จอร์จิโอ คิเอลลินี ดึงเสื้อของ บูกาโย ซากา ที่ควรให้ใบแดงแต่ว่าก็ให้เพียงแค่ใบเหลือง รวมทั้งจังหวะที่ จอร์จินโญ่ ย่ำใส่ แจ็ค กรีลิช ก็ควรเป็นใบแดงด้วยเหมือนกัน จนกระทั่งเวลานี้ มีคู่รักบอลอังกฤษกว่า 100,000 คนไปร่วมลงชื่อใน change.org เว็บที่มีไว้สำหรับสร้างแคมเปญต่างๆเรียกร้องให้ อังกฤษ กับ อิตาลี ได้แข่งกันใหม่อีกครั้ง ซึ่งนอกเหนือจากพวกเขาเห็นว่าผู้ตัดสินเป่านกหวีดแบบไม่ยุติธรรมแล้ว ยังเจาะจงเพิ่มเหตุว่า กลุ่มชาติอิตาลีเล่นแรงเหลือเกิน โดยใช้คำว่า “ดึง, ผลัก, เตะ” ใส่ผู้เล่นกลุ่มชาติอังกฤษ อย่างไรก็ดี การร่วมลงชื่อคราวนี้คงเป็นได้เพียงแต่การแสดงออกทางข้อคิดเห็นเท่านั้น ซึ่งทาง ยูฟ่า เองคงไม่มีการตอบรับข้อเรียกร้องนี้แต่อย่างใด

ไขข้อข้องใจ! “เซาธ์เกต” เปิดใจเลือก 3 ดาวรุ่ง ลงมายิงจุดลูกโทษในเกมสุดกดดัน

“สิงโตขู่คำราม” ทีมชาติอังกฤษ ต้องพบกับความไม่สมหวังอีกครั้ง ข้างหลังเป็นฝ่ายแพ้จุดโทษต่อ อิตาลี 2-3 ที่สนาม เวมบลีย์ ในเกมนัดหมายชิงชนะเลิศ บอลยูโร 2020 เมื่อคืนนี้วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2564   ทำให้พวกเขายังต้องคอยความสำเร็จถัดไปในทัวร์นาเมนต์รายการใหญ่ โดยหนสุดท้ายที่พวกเขาทำสำเร็จเป็นการครองแชมป์บอลโลก เมื่อปี 1966 หรือย้อนกลับไปเมื่อ 55 ปีที่ผ่านมา แต่มีหลายเสียงวิภาควิจารณ์ข้างหลังเกมอย่างใหญ่โต เกี่้ยวกับการตกลงใจของ แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือชาติอังกฤษที่เลือกให้นักฟุตบอลอายุน้อยของทีมมาเป็นคนยิงจุดโทษในเกมที่มีความกดดันสูง ทั้ง บูคาโย่ ซาก้า (19 ปี), เจดอน ซานโช่ (21 ปี) รวมทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด (23 ปี) ซึ่งทั้งสามรายพลาดหมด โดยข้างหลังเกม ผู้จัดการทีมฟุตบอลวัย 50 ปี ออกมาอธิบายถึงประเด็นนี้ว่า “ทุกๆอย่างมันขึ้นอยู่กับผม พวกเขาไม่ได้เสนอตัว แต่ว่าผมเป็นคนตัดสินใจมอบหน้าที่นั้นให้พวกเขายิงจุดโทษเอง โดยใคร่ครวญจากภาพรวมสำหรับเพื่อการฝึกหัด แม้คุณจะโทษคนไหนกัน คนนั้นต้องเป็นผม แน่นอนพวกเขาจะไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่ว่าพวกเราจะอยู่ข้างเคียงเขา”   นอกจากนี้ อดีตปราการหลังสิงโตขู่คำราม ยังได้เปิดเผยถึงต้นสายปลายเหตุว่าเหตุใดทีมก็เลยหันมาเล่นเกมรับ รวมทั้งตกลงใจสลับตัวผู้เล่นที่ช้าเอามากๆ”เราเก็บบอลกันได้ไม่ดีเพียงพอ นั่นทำให้เราพบแรงกดดันที่มากขึ้น การดึงเกมให้ช้าลงจะทำให้พวกผู้เล่นพร้อมที่จะเล่นเกมบุก มันก็ราวกับการเดิมพัน ถ้าเกิดเราเปิดเกมรุกแลกที่ผ่านมา เราก็บางทีก็อาจจะแพ้ในช่วงต่อเวลาพิเศษก็เป็นได้”

บทสรุปศึกยูโร 2020 : ผู้เล่นดีที่สุด, ดาวซัลโว, จอมแอสซิสต์, ดาวรุ่งดีที่สุด ,สถิติอื่นๆที่น่าสนใจ

หลังจากที่ อิตาลี ผงาดคว้าแชมป์ ยูโร 2020 ถึงประเทศอังกฤษ ข้างหลังเสมอใน 120 นาที 1-1 ก่อนเอาชนะจุดโทษชี้ขาด 3-2 คว้าแชมป์มาครอบครองเป็นยุคที่สองหลังจากเคยคว้าทำได้เสร็จในปี 1968 ทางยูฟ่าได้ประกาศรางวัลต่างๆที่เกิดขึ้น ข้างหลังจบทัวร์นาเมนท์นี้ในทันทีทันใด ส่วนจะมีอะไรที่น่าดึงดูดกันบ้างไปติดตามกันได้เลย ผู้เล่นยอดเยี่ยมของ : จานลุยจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี)   นักเตะวัย 22 ปีรายนี้กำลังย้ายจาก เอซี มิลาน ไปร่วมทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้โชว์เซฟสองจุดโทษสำหรับเพื่อการดวลจุดโทษของกับ อังกฤษ เมื่อคืนนี้ที่ เวมบลีย์ รวมทั้งช่วยทำให้ทีมของเขาคว้าแชมป์ ยุโรป เสร็จ เป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อปี 1968 นอกนั้นเขายังเป็นผู้รักษาประตูผู้ที่สองที่ได้รับรางวัลดังที่กล่าวถึงมาแล้วต่อจาก ปีเตอร์ ชไมเคิล ของ เดนมาร์กในปี 1992 เขาเก็บคลีนชีตได้สามนัดรวมทั้งเสียสี่ประตูใน ทัวร์นาเมนต์ จากการลงเล่นไป 719 นาที มากกว่าผู้เล่นผู้อื่นในรายการ ทำเนียบนักเตะยอดเยี่ยม ศึกยูโร 7 ครั้งปัจจุบัน – ปี 2020 : จานลุยจิ ดอนที่นารุมมา (อิตาลี) – ปี 2016 : อองตวน กรีซมันน์ (ประเทศฝรั่งเศส) – ปี 2012 : อันเดรส อิเนียสต้า (สเปน) – ปี 2008 : ชาบี้ เออร์นานเดซ (สเปน) – ปี 2004 : ธีโอโดรอคอยส ซาโกราคิส (กรีซ) – ปี 2000 : เซเนดีน ซีดาน (ประเทศฝรั่งเศส) – ปี 1996 :...

แรงนะเนี่ย! “กูร์กตัวส์” หลุดปากลั่น “มาร์กซิยัล” ถือเป็นแข้งดังหรอ?

ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูทีมชาติเบลเยียมของ เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา สเปน หลุดเสนอคำถามถึง อ็องโตนี มาร์กซิยัล กองหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่านับเป็นนักฟุตบอลระดับสตาร์หรอ? ระหว่างการพูดคุยกันในรายการ Pickx กับ แยน แฟร์เกน แผงหลังเพื่อนร่วมชาติ โดยในรายการ ฉันร์กตัวส์ถูกแฟร์เกนถามคำถามว่า “ให้เลือกนักฟุตบอลระดับสตาร์ 3 คน ที่ไม่ได้ลงเล่นในยูโรครั้งนี้” ซึ่งฉันร์กตัวส์ก็ตอบว่า “เซร์คิโอ รามอส รวมทั้ง เอ่อ.. เอ่อ..” ก่อนที่เขาจะหัวเราะในเชิงยอมเพราะคิดชื่อเพิ่มไม่ออก ทำให้แฟร์ทองเกนเฉลย โดยลิสต์รายนามนักฟุตบอลให้ฟัง ไล่ตั้งแต่...

เดือดก่อนชิงดำ! “เนย์มาร์” ของขึ้นไล่พวกแซมบ้าปันใจไปตายซะ

โหมโรงก่อนศึกโคปา อเมริกา 2021 นัดหมายชิงชนะเลิศ ที่ตระเตรียมฟาดแข้งกันยามเช้าวันอาทิตย์ที่ 11 ก.ค. 2564 เวลา 07.00 น. ตามเวลาประเทศไทย อย่างที่แฟนบอลทราบกันดีอยู่แล้ว ปีนี้เป็นการแข่งขันระหว่างคู่ต่อสู้ในฝัน คู่รักคู่แค้นตลอดไปอย่าง เจ้าภาพ ทีมชาติบราซิล เจอกับ ทีมชาติอาร์เจนตินา ล่าสุด เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติบราซิล ออกโรงจวกแฟนบอลเพื่อนร่วมชาติ หลังมีกระแสไม่น้อยที่ออกมาหนุนทัพฟ้าขาวให้ครองแชมป์โคปา อเมริกา โดยเหตุผลเนื่องจากว่าเป็นสาวกของ ลิโอเนล เมสซี ดาวเตะจากบาร์เซโลนานั่นเอง สำหรับจุดเริ่มเรื่องราวดังที่กล่าวผ่านมาแล้วนี้ เกิดขึ้นเมื่อ ฟาบิโอลา อันดราเด นักข่าวหญิงสายกีฬาของบราซิล ออกมาแสดงจุดยืนว่าอยากที่จะให้เมสซีได้แชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยคุณได้โพสต์ว่า “ก่อนจะเอาก้อนหินมาปาใส่ฉันในที่สาธารณะ ฟังฉันอธิบายก่อน ฉันรักบราซิล ฉันรักแวดวงฟุตบอลบราซิเลียน ใช่ ฉันมีสหายชาวอาร์เจนไตน์ผู้คนจำนวนมาก แม้กระนั้นฉันมิได้เชียร์อาร์เจนตินา ในเกมนัดหมายชิงโคปา อเมริกา ฉันก็จะไม่เชียร์พวกเขา ไม่เลย แม้กระนั้นฉันเชียร์เนื่องจากว่าฉันรักฟุตบอล และก็ ลิโอ เมสซี @leomessi ชายคนนี้จำเป็นต้องได้แชมป์ในสีเสื้อทีมชาติของเขา! มันเกิดเรื่องที่เป็นธรรม!” ภายหลังจากโพสต์ของนักข่าวสาวดังที่กล่าวผ่านมาแล้วได้เผยแพร่ออกไป ปรากฎว่ามีคนรักบอลไม่น้อยล้วนเชื่อฟังความเห็นของอันดราเด ซึ่งเกือบทั้งหมดก็บอกเหตุผลคล้ายกันนั่นเป็น สรรเสริญในฝีเท้าของดาวเตะจากชาติคู่รักคู่แค้น และก็ต้องการให้สมหวังพลาดท่าในวัย 34 ปี ทั้งแฟนบอลบราซิลยังคับข้องใจจากความล้มเหลวของทัพแซมบ้าชุดนี้มาจากฟุตบอลโลก 2018 ด้วยทำให้ล่าสุด เนย์มาร์ ถึงกับอดรนทนไม่ไหว ออกมาโพสต์ลงไอจีสตอรีในประเด็นนี้ยาวว่า “ผมเป็นคนบราซิล เป็นด้วยความรักอย่างเต็มองอาจ ความฝันของผมตลอดชีพเป็นการได้เล่นให้ทีมชาติและก็ได้ฟังแฟนบอลส่งเสียงร้องส่งเสริม” “ผมไม่เคยจู่โจมหรือคิดจะจู่โจมบราซิล เวลาพวกเขาแข่งขันอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นกีฬา, ประกวดนางงาม หรือออสการ์” “หากสิ่งนั้นเป็นบราซิล เนื่องจากว่าผมเป็นคนบราซิล และก็ไม่ว่าใครที่เป็นคนบราซิล ส่วนคนบราซิลที่เห็นต่างออกไป ก็ไม่เป็นไรนะ ผมให้ความเคารพนับถือ แม้กระนั้นไปตกนรกซะเหอะ” สำหรับ เนย์มาร์ ทำไปแล้ว 2 ประตูให้บราซิลในทัวร์นาเมนต์นี้ นัดหมายที่เจอ ทีมชาติเวเนซุเอลา และก็ ทีมชาติเปรู ใน 2 เกมแรกของรายการ หลังจากนั้นเขายิงมิได้อีกเลย แม้กระนั้นบราซิลก็ยังเข้มแข็งพอที่จะผ่านเข้ามาถึงนัดหมายชิงชนะเลิศ โดยนัดหมายนี้จะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2007 ด้วย ที่บราซิลจะได้ประจันหน้ากับอาร์เจนตินาในรอบชิงชนะเลิศ ที่ผ่านมาบราซิลเคยเป็นแชมป์ 9 ยุค ส่วนอาร์เจนตินาเป็นแชมป์ 14 ยุค และก็มีลุ้นทาบสถิติสูงสุด 15 ยุคของอุรุกวัยในวันพรุ่งนี้

เบื้องหลังเหตุการณ์อีริคเซ่น เมื่อการตายของโฟเอ้ ช่วยเซฟชีวิตเพื่อนฝูงร่วมอาชีพรุ่นหลาน

วินาทีที่ คริสเตียน อีริคเซ่น หมดสติรวมทั้งล้มลงสู่พื้น รวมทั้งจำต้องได้รับการรักษาพยาบาลเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน อาจจะส่งผลให้ภาพเหตุการสิ้นไปในสมัยก่อน ย้อนไปเข้ามาในความคิดของเหล่าแฟนบอล มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ อาจเป็นเคสแรกๆที่คนจำนวนไม่น้อยจดจำก้าวหน้า ภาพที่เขาหมดสติล้มลงกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย จนจำต้องถูกหามออกไปพยาบาลเบื้องต้นข้างสนาม แม้กระนั้นสุดท้ายก็ไม่บางทีอาจช่วยเหลือของเขาเอาไว้ได้เสร็จ จนการสิ้นไปดังที่กล่าวถึงมาแล้ว กลายมาเป็นรอยด่างด่างทำหน้าที่ชิงชัย สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003 แม้กระนั้นการสูญเสียในครั้งนั้น ก็ได้แผ้วทางสู่อนาคตในการช่วยเหลือนักเตะในสนาม เข้มแข็งขนาดไหนก็ล้มได้ ถึงแม้นักฟุตบอลอาชีพ จะเป็นกลุ่มของผู้คนที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดี วิ่งเต็มสูบได้ตลอดทั้ง 90 นาทีที่อยู่ในสนาม แต่มีผู้เล่นมากยิ่งกว่า 100 คน ที่เคยล้มลงกลางสนาม ซึ่งมากยิ่งกว่าครึ่งนั้น ไม่ได้โชคดีเหมือนกันกับมิดฟิลด์ของแดนวัวนมรายนี้ หนึ่งในเรื่องที่คนจำนวนไม่น้อยจดจำก้าวหน้า คือรายของ มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ มิดฟิลด์ตัวรับวัย 28 ปี ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ร่วมกองทัพกลุ่มชาติแคเมอรูน ลงเตะใน สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003 ที่ประเทศฝรั่งเศส โฟเอ้ ลงเล่นในแมตช์ที่ แคเมอรูน เอาชนะ บราซิล กับ ตุรกี ไปได้ในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจะได้พักในเกมที่พบกับ สหรัฐอเมริกา รวมทั้งกลับมาเป็น 11 ตัวจริงในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งจำต้องประจันหน้ากับ โคลอมเบีย ที่สนาม สตาด เดอ แฌร์ล็อง เมืองลียง แมตช์ดังที่กล่าวถึงมาแล้วดำเนินมาถึงนาทีที่ 72 อยู่ๆโฟเอ้ ก็ล้มลงกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยไม่มีใครอยู่รอบข้างตัวเขาเลย ผู้ตัดสินเป่าหยุดเกม รวมทั้งเรียกให้กลุ่มแพทย์เข้ามาพยาบาลเบื้องต้นเขาในสนาม ก่อนที่เขาจะถูกหามออกมาปั๊มหัวใจที่ข้างสนาม แล้วส่งไปรับการดูแลและรักษาที่ศูนย์การแพทย์ของ สตาด เดอ แฌร์ล็อง แต่หลังบากบั่นกู้ชีพอยู่นานกว่า 45 นาทีก็ไม่เป็นผล เขาเสียชีวิตลงหลังจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาติ แคเมอรูนในตอนนั้น เผยออกมาว่าเขาอยากสลับตัว โฟเอ้ ออกมาจากสนามก่อนหน้านั้น ด้วยเหตุว่าตลอดตัวเขารวมทั้งกลุ่มแพทย์ มีความเห็นว่ากองกลางรายนี้มีลักษณะอาการล้า รวมทั้งเคลื่อนได้ช้าลง แม้กระนั้นเจ้าตัวยังอยากเล่นต่อ เพื่อช่วยให้กลุ่มชาติของเขาเข้าสู่รอบชิงแชมป์ให้ได้ แมรี่-หลุยส์ โฟเอ้ ภรรยาของตัวรุกรายนี้ บอกว่ามิดฟิลด์จาก แมนฯ ซิตี้ มีลักษณะอาการท้องเดินมา 2-3 วันแล้ว และมีปัญหากับกระเพาะของเขาด้วย แม้กระนั้นเจ้าตัวยังคงยืนยันที่จะลงเล่นให้กับกลุ่มต่อ โฟเอ้ เสียชีวิตต่อหน้าต่อตาภรรยาของเขา ที่เข้ามารับชมเกมข้างสนามในนัดหมายนั้น ผลของการชันสูตรวินิจฉัยศพของกองกลางรายนี้ พบว่าเขาเสียชีวิตด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจหนา หรือ Hypertrophic Cardiomyopathy ซึ่งโรคดังที่กล่าวถึงมาแล้วได้โอกาสเกิดขึ้นกับทุก 1 ใน 500 คนทั่วโลก พบมากได้บ่อยครั้งในคนที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง รวมทั้งเป็นสาเหตุการตายชั้น 1 ของผู้สูงอายุน้อยกว่า 35 ปี ประเด็นก็คือ โฟเอ้ ได้โอกาสรอดชีวิตด้วยซ้ำ ถ้าเกิดได้รับการรักษาพยาบาลเบื้องต้นที่ถูกต้องอย่างทันการ แม้กระนั้นในขณะนั้น แทบไม่มีใครคาดหวังว่านักฟุตบอลที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงแบบงี้ จู่ๆจะล้มครืน จนถึงขั้นเสียชีวิต โน่นก็เลยทำให้ สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ ตกลงใจยกเครื่องด้านการแพทย์ใหม่ทั้งสิ้น เพื่อไม่ให้เหตุดังที่กล่าวถึงมาแล้วเกิดขึ้นซ้ำอีกที ชีวิตจำต้องมาก่อน ภายหลังจากเคสของโฟเอ้ อย่างแรกที่ถูกเอามาเอ๋ยถึง คืออาการหัวใจหยุดเต้นฉับพลัน หรือเรียกแบบย่อว่า SCA (Sudden Cardiac Arrest) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ตลอดเวลา รวมทั้งทุกแห่งหน โดยไม่แบ่งว่าคุณจะมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงแค่ไหนก็ตาม สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ อยากค้ำประกันว่าผู้ที่มีการเกี่ยวข้องกับวงการฟุตบอลจำต้องเข้าใจประเด็นดังที่กล่าวถึงมาแล้ว โดยยิ่งไปกว่านั้นกับข้าราชการแพทย์ ที่จึงควรเข้ารับการฝึกอบรมขั้นตอนในการช่วยเหลือ ถ้าเกิดพบผู้เล่น หรือผู้ตัดสินประสบอาการ SCA ขึ้น ถ้าเกิดผู้เล่นล้มลงไปกับพื้น โดยไม่มีการเผชิญหน้ากับผู้เล่นรายอื่น และไม่ตอบสนองหรือหมดสติไป กลุ่มแพทย์สามารถวิ่งลงไปช่วยเหลือได้โดยทันที โดยไม่ต้องรอผู้ตัดสินเป่านกหวีดอนุญาต ด้วยเหตุว่าพวกเขาอาจมีเวลาเพียงแค่ 2 นาที หลังจากที่นักเตะล้มลงไป ที่จะจำต้องปั๊มหัวใจเพื่อทำ CPR รวมทั้งใช้เครื่อง AED นำกระแสไฟไปกระตุ้นหัวใจให้เต้นตามจังหวะปกติ ด้วยเหตุว่ายิ่งผ่านเวลาไปนานเยอะแค่ไหน โอกาสในการรอดชีวิตก็ยิ่งมัวลงไป...